Tablet ป1 กับ content

พูดถึง tablet ป.1 นอกจากตัวเครื่องแล้วสิ่งที่ต้องพูดถึงคือ
Content ครับ เพราะมีเครื่องแล้ว สิ่งที่เด็กๆจะใช้เรียนรู้คือ
Content หรือ app ที่อยู่ในนั้น
โดยทีีเพิ่งได้ทราบข่าวมาคือ มีการประกวดให้ programmer
ส่ง app ที่มีเนื้อหาใข้สำหรับการเรียน โดยผู้ชนะจะได้รางวัล 100,000
โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยเพราะว่าในระยะยาวนั้นไม่ได้เกิดผลอะไร

ยกตัวอย่างที่ apple ทำนั้นเขาได้เขียนโปรแกรมชื่อ iBook author
เป็นโปรแกรมที่ทำให้ครูผู้สอน สามารถทำ interactive book app ได้ด้วยตนเอง
โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเขียน code. เองเลย

25560119-102029.jpg

โดยโปรแกรมนี้สามารถนำไปใข้บน ipad เท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับ tablet เด็ก ป.1

ผมคิดว่าเอาเงิน 1 แสนบาท ไปจ้างโปรแกรมเมอร์ เก่งๆ เขียนโปรแกรมที่ทำงานคล้ายๆ ibook author
แต่ให้ทำงานบน tablet ป.1 จะดีกว่า ทีนี้ คุณครูจะได้สามารถทำ app สำหรับการเรียนรู้สำหรับเด็กๆด้วยตนเอง

เกิดการพัฒนาทั้งคุณครู และ เด็กนักเรียน ดีกว่าการจ้างประกวด 100,000 บาท และจบ
การทำแบบนี้ทำให้เนื้อหา องค์ความรู้ใน app นั้นใหม่ ทันเหตุการณ์อยู่สม่ำเสมอ

และอีกอย่างองค์ความรู้ จะได้ถูกกระจาย สู่ อาจารย์ มากกว่าจะอยู่ที่ โปรแกรมเมอร์ อย่างเดียว
นี่เป็นตัวอย่าง ของโปรแกรม ibook author ที่ใช้สำหรับ ipad นะครับ
iBook author

Tablet เด็ก ป1

หลายๆท่านคงจะได้ยินข่าว หรือสัมผัสกับเจ้า tablet เด็ก ป1 กันบ้างแล้ว
ซึ่งลูกๆหลานๆ ของหลานๆท่านคงได้ลองใช้กันบ้างแล้ว อาจจะมีความรู้สึกชอบบ้าง
ไม่ชอบบ้าง

25560117-093029.jpg
โดยส่วนตัวของผมนั้น ยังรู้สึกว่าเด็ก ป1 ยังเด็กไปสำหรับการใช้ tablet สำหรับการเรียน
เด็กวัยนี้ควรจะเป็นวัยที่ หัด เขียน อ่าน ให้คล่องแคล่วซะก่อน เพราะจะเป็นวัยที่จดจ่ออยู่กับหนังสือ
ค่อยๆอ่าน ค่อยๆเขียน เด็กแต่ละคนมาจากอนุบาลต่างที่กัน พื้นฐานความสามารถนั้นต่างกัน
ควรจะใช้เวลาในห้องเรียน ให้เด็กได้ขีดเขียนให้คล่อง จะเห็นจากปัจจุบัน
ภาษาไทยที่ใช้กันบางครั้ง ยังไม่ค่อยคล่องแคล่วเลย ดังนั้นควรจะให้พื้นฐานแน่นตั้งแต่เด็กๆ

ต่อมาคือเรื่องของ content ที่จะเป็นเนื้อหาให้กับเด็กๆได้เรียน ส่วนตัวผมเองยังไม่เคย
ได้จับเจ้า table นี้เอง แต่ก็ยังไม่แน่ใจกับ content ที่จะใส่มากับ tablet นี้
ยังไม่แน่ใจ ว่าจะดีเท่า มานี มานะ ที่เราเคยอ่านกันตอนเด็กๆหรือเปล่า

ต่อมาคือปัญหาที่จะตามมา คือปัญหาด้านสุขภาพ เพราะว่าเมื่อมีการใช้งาน
หน้าจอนานๆ ก็จะมีปัญหาสายตาสั้น ตามมา เพราะว่าเด็กต้องจดจ้องที่จอ เป็นระยะเวลานาน
นี่ยังไม่รวมเวลาที่จะดู computer , tv ที่บ้านอีก

ต่อมาก็เรื่องค่าไฟ ถ้า tablet ห้ามเอากลับบ้าน ให้เก็บที่โรงเรียนเท่านั้น
ดังนั้นก็จะต้องชาร์จไฟที่โรงเรียน ดังนั้น ก็อาจจะมีการเก็บค่าเทอม เพิ่มขึ้นอีก
เป็นการผลักภาระไปให้ผู้ปกครองอีกต่อนึง แค่นี้เวลาใกล้เปิดเทอม
ก็มักจะมีข่าว ผู้ปกครองต้องเอาของไปจำนำที่โรงจำนำกันไม่รู้เท่าไร

โดยส่วนตัวผมว่า น่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็ก ที่ยากจน
เด็กที่ด้อยโอกาศ ผมว่าน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า :(

ค่า ppi สูงดีจริงมั้ย

หลายๆคน คงเคยได้เห็น spec มือถือที่มักจะบอกว่า
ppi สูง แล้วมักจะบอกว่าหน้าจอสวย
ความจริงตามทฤษฏีมันก็ถูกต้องที่ ppi สูง
แล้วจอจะสวย เพราะค่า ppi คือค่า pixel per inch
ยิ่งมีค่ามากหมายความว่า ในระยะ 1 นิ้วนั้นมีจำนวน pixel มาก
ทำให้เรามองไม่เห็นจุดที่เป็นเม็ดสี ภาพจะละเอียดเหมือนเรามองภาพจาก Magazine กันเลยทีเดียว

ppi
อย่าง iPhone ที่บอกว่าทีค่าความละเอียดหน้าจอ 326 ppi ที่ Steve job ได้บอกว่า
มันคือความระเอียดระดับ retina โดยบอกว่ามันคือระดับความละเอียดที่
มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นจุด pixel ได้

ซึ่งในความจริงแล้ว การที่เราสามารถมองเห็น เม็ด pixel ได้นั้น ยังขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างสายตากับวัตถุ
แสง และองศาการมอง ด้วย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่า ppi เท่านั้น
อย่างเช่น iPad with retina display ที่มีความละเอียด 264 ppi แต่ apple ยังบอกว่าเป็น
Retina display เพราะว่าระยะห่างของการมอง ipad ไกลกว่า iPhone ทำให้เราก็ยังมองไม่เห็นเม็ด pixel
ถึงแม้ว่า ppi ยังน้อยกว่า iPhone ก็ตาม

หรืออย่าง oppo find 5 ที่บอกว่ามีค่าความละเอียด 441 ppi ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าหน้าจอของ
Oppo find จะสวยกว่า iPhone นะครับ เพราะว่าระดับความละเอียดที่มากกว่า retina
นั้นสายตาของมนุษย์ ไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ ดังนั้นมีค่า ppi มากไปก็ไม่เกิดประโยชน์ 5555

แต่ว่าความสวยของจอนั้นไม่ได้ดูที่ ppi เท่านั้นครับ ต้องดูที่ค่า contrast, ชนิดของจอ amoled ….,
หรือองศาการมอง หลายๆอย่างมาประกอบกัน สิ่งสำคัญอื่นใด อยู่ที่ความชอบครับ
จับเครื่องใหนขึ้นมาและรู้สึกชอบ ก็เครื่องนั้นแหละครับ อย่าบ้า spec เลย
เพราะส่วนมากที่ซื้อเพราะบ้า spec ซื้อไปก็ไม่ได้ใช้เต็มความสามารถ

25560116-141552.jpg

Galaxy note 10 หรือ iPad ดี

หลายคนที่กำลังจะซื้อ tablet คงกำลังสับสน ว่าจะซื้อ galaxy note 10 หรือ iPad ดี
เพราะทั้ง2 อย่างนั้นก็มีข้อดีต่างกัน

25560114-193452.jpg
โดยทั้ง 2 ตัวนั้นก็มี app พื้นฐานที่เพียงพอต่อการใช้งานทั้งคู่
ไม่ว่าจะเป็น Facebook,twitter,Instagram หรือจะเป็น เกมส์
แต่ถ้าเทียบคุณภาพของ app แล้ว iPad นั้นค่อนข้างดีกว่าครับ
เพราะว่า developer ทำเงินกับ iOS ได้มากกว่า

แต่จากประสบการณ์การใช้งานส่วนตัว
ครั้งแรกที่ได้ลองใช้ รู้สึกว่า galaxy note 10 จะหน่วงๆ กว่า
การ swipe หน้าจอยังรู้สึกว่ามี delay แต่สำหรับ ipad แล้วไม่เจออาการนี้

ต่อมาคือลักษณะการใช้งาน ว่าจะซื้อมาทำอะไร ถ้าชอบเขียน note
Galaxy note 10 น่าจะเหมาะกว่าเพราะมีปากกาแถมมาให้เลย
แต่ถ้าใครได้ลองใช้ ipad+ bamboo stylus แล้วจะบอกเลยว่าลื่นไม่แพ้ ปากกาของ galaxy note เลย

ต่อมาคือเรื่องของ content พวก emagazine ต่างๆนั้น ส่วนใหญ่จะมีบน ipad ซะมากกว่า

25560114-234124.jpg
แต่ก็ต้องคำนึงถึงขนาด memory ด้วยเพราะ emagazine เล่มนึงก็ หลายร้อย Mb อยู่

ต่อมาคือเรื่องของการดูหนังฟังเพลง
iPad มีข้อเสียคือ ต้องแปลงไฟล์หนังเป็น Mp4 ก่อนถึงจะเล่นได้ และต้องโอนผ่าน iTunes เท่านั้น
แต่ galaxy note 10 นั้นไม่ต้อง สามารถเล่นได้เลย การโอนไฟล์ก็เหมือนการใช้งาน flash drive
และ galaxy note 10 นั้นก็สามารถเสียบ flash drive ได้ด้วย
แต่ iPad ต้องมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าหน่อย

มาด้วยเรื่อง ของ battery ซึ่งตามโฆษณา
ของ galaxy note นั้นอยู่ที่ประมาณ 8 ชั่วโมง
ซึ่งของ iPad อยู่ที่ 9 ชั่วโมง
แต่จากการใช้จริงของผม iPad เล่นไปด้วย ปล่อย wifi ไปด้วย มีพักบ้าง 12 ชั่วโมงยังเอาอยู่

คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ตัดสินใจจะซื้อ tablet กันนะครับ

Cloud คืออะไร สำหรับ User ทั่วไป

หลายคนอาจจะสงสัยว่าระบบ cloud ที่ได้ยินกันบ่อยๆนั้นคืออะไร
ผมเลยจะอธิบายง่ายๆ ว่า User ธรรมดาอย่างเราๆจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างจากระบบ cloud
Cloud เปรียบเสมือนกล่องเก็บของ ที่อยู่บนก้อนเมฆ
ซึ่งเราสามารถเก็บไฟล์ต่างๆ เช่น เพลง หนัง ไฟล์งาน excel word ข้อมูล ต่างๆได้
โดยที่เราสามารถฝากเก็บไฟล์จากอุปกรณ์ใดๆก็ได้ และสามารถเรียกดูผ่านอุปกรณ์อื่นๆ

25560114-170924.jpg
เช่น เราถ่ายรูปบน iPhone และฝากเก็บไว้บน cloud เราสามารถมาดูรูปที่เราถ่ายไว้บน ipad
หรือ เราเก็บไฟล์ excel จาก ipad ไว้บน cloud เราสามารถ เรียกดูและแก้ไขได้จาก computer ที่อยู่อีกมุมโลกนึงได้
อย่างง่ายได้ ไม่จำเป็นต้องแนบส่งพร้อม email
ซึ่งผู้ให้บริการ cloud แบบฟรี ก็มีหลายเจ้า เช่น iCloud ,Dropbox ,Google drive
ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะมี software ให้ติดตั้งบน computer,และ smart phone,tablet
ดังนั้นการที่จะฝากไฟล์ไว้ใน cloud ผ่าน computer ก็ง่ายเพียงแค่การ copy ใส่ไว้ใน folder cloud
หรือการกดผ่าน app ใน smart phone หรือ tablet
ดังนั้นเราสามารถ สร้างไฟล์เอกสาร excel บน pc
และสามารถไป view หรือแก้ไขต่อบน tablet ได้
ซึ่ง app free ที่สามารถแก้ไข view ไฟล์ excel,word บน ipad ผ่าน cloud ของ google drive คือ
cloud on
ซึ่งแจกฟรีบน App Store

25560114-173035.jpg
ดังนั้น หลายๆบริษัทจึงหันมาใช้ระบบ cloud แทนการลงทุนในระบบ IT ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
แต่การใช้ cloud นั้นจะให้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญนั้นมาจัดการให้
และพนักงานสามารถที่จะแก้ไข ไฟล์เอกสาร ไฟล์เดียวกันได้พร้อมกัน แม้จะอยู่กันคนละซีกโลก
ดังนั้นจึงเกิดคำว่า mobile office ซึ่งพนักงานสามารถทำงานที่ใหนก็ได้ เพียงแค่มี Internet
ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ทั้งค่า สถานที่ ค่ากาแฟ ค่าน้ำ ค่าไฟ เหมาะกับธุรกิจ SME
ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย
แต่สำหรับ user ธรรมดาอย่างเรา การใช้งาน cloud เพื่อฝาก เพลง หนัง ไฟล์เอกสาร นั้นไปอะไรที่สะดวกมาก
โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานข้างนอก สถานที่บ่อยๆ